Back to Blogs

นิยามของคำว่า Deep Tech คืออะไร? มาดูมุมมองที่หลากหลายและแนวคิดที่น่าสนใจของเทคโนโลยีชั้นสูง

กรกฎาคม 23, 2018 11:09 AM
views
1

เราอยู่ในยุคที่รอบล้อมไปด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ เรียกว่าเป็นยุคดิจิทัล คำว่า ‘เทคโนโลยี’ กลายเป็นประเด็นใหญ่ทั้งในแง่การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในปีนี้ เราก็เริ่มได้ยินเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ลึกยิ่งขึ้นกว่าเดิม คำหนึ่งที่คนเริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น ก็คือ คำว่า Deep Technology หรือที่บางคนเรียกกันว่าเทคโนโลยีชั้นสูง แต่คำนิยามของ Deep Tech คืออะไร มีใครให้ความหมายเอาไว้อย่างไรบ้าง ลึกแค่ไหนถึงเรียกว่า Deep Tech และจะมีอิทธิพลกับชีวิตของพวกเราอย่างไรมาค้นหาและสำรวจมุมมองที่หลากหลายกัน

5bd7d02e38b745ddb5d42ce898f8023f

  • มีการนิยามความหมาย Deep Tech กันอย่างไรบ้าง?

มีนิยาม Deep Tech อันหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก จาก CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท Propel(x) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ โดยเธอเคยเขียน blog ไว้ว่า Deep Tech คือ การที่บริษัทก่อตั้งขึ้นด้วยการค้นพบทางวิทยาศาสตร์หรือนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่มีคุณค่า ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะรู้สึกว่าบริษัทเทคโนโลยีก็เกิดขึ้นมาด้วยหลักการนี้ไม่ใช่หรือ? แต่ความจริงก็คือบริษัทส่วนใหญ่ยึด Business Model และการสร้างประโยชน์จากการเปลี่ยนธุรกิจ Offline ให้เป็น Online โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมากกว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น Uber ที่สร้างขึ้นมาด้วยคอนเซปต์ Sharing Economy ซึ่งทำให้ทุกคนสามารถแชร์ทรัพยากรร่วมกันได้

ถ้าพูดให้เห็นภาพมากขึ้น Deep Tech Startup มักจะ ใช้เวลาหลายปีในการวิจัยและทดลองในห้องแล็บ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ และนอกจากมีบอร์ดบริหารฝ่ายธุรกิจแล้ว ยังมีบอร์ดบริหารฝั่ง Technical ด้วย ซึ่ง เชื่อว่า Deep Tech Startup จะมีศักยภาพมากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล พร้อมทั้งยังสามารถสร้าง Impact ที่ดีและมีความหมายให้กับมนุษยชาติ

สื่อต่างชาติระดับโลกอย่าง The Wired ได้พูดถึง Deep Tech ในแง่ที่เข้าใกล้ตัวเรามากขึ้น โดยบอกว่า Deep Tech คือการย้ำให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะสามารถช่วยให้เรารู้จักมนุษย์ได้ดีขึ้น นำพาให้เราใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้ดีขึ้น ไปจนถึงไขความลับทางวิทยาศาสตร์ที่เราไม่เคยรู้หรือเข้าใจมาก่อน เพราะลำพังตัวเทคโนโลยีเองคงไม่มีความหมายอะไร หากไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับผู้คนได้

  • แล้ว Deep Tech แตกต่างจากเทคโนโลยีทั่วไปอย่างไร?

พูดถึงการนิยามคำต่างๆ คงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปส่องดูความเห็นของคนทั่วไป ตัวอย่างที่คยให้คำนิยามใน Quora ซึ่งเป็นเว็บไซต์ Social Media ประเภทถาม-ตอบที่เป็นที่นิยมในต่างประเทศ มีคนยกประเด็นขึ้นมาถามว่า เราจะนิยามคำว่า Deep Technology อย่างไร? ซึ่งหลายๆ คำตอบก็น่าสนใจ โดยมีคนแยก Deep Tech ออกจากเทคโนโลยีทั่วไปโดยการเปรียบเทียบในมุมของ Tech Startup ในยุคที่เทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายและกว้างขวางมากขึ้น Deep Tech จะแตกต่างเพราะต้องอาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ มีความเป็นเอกลักษณ์ และยากที่จะสร้างขึ้นมาได้

pexels-photo-228094

ตัวอย่างเช่น รถยนต์ Tech Startup ทั่วไปอาจใช้ Public Machine Learning API ในการพัฒนา แต่ Deep Tech Startup อาจสร้างระบบรถยนต์ไร้คนขับ ด้วยระบบวิสัยทัศน์ 3D แบบ Realtime จัดตั้งทีม R&D ขึ้นมาเพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโดยใช้คณิตศาสตร์ขั้นสูง ความแตกต่างนี้มีผลอย่างมากกับศักยภาพทางธุรกิจและนักลงทุน ดังนั้นในมุมของ Investor แล้ว Deep Tech จึงมองภาพความสามารถของเทคโนโลยีในการจะเปลี่ยนโลกหรือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจว่าจะเข้ามาปฏิวัติปัญหาระดับโลกและเปลี่ยนโฉมธุรกิจให้เกิดเป็นตลาดใหม่ทั้งหมด และนี่ก็ทำให้ Angel Investor และ VC สนใจที่จะลงทุนใน Deep Tech Startup เพราะทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้ มีแนวโน้มจะนำผลตอบแทนที่สูงกลับมาเช่นกัน และหากสำเร็จ ก็ยากที่จะมีคู่แข่งที่สามารถพัฒนาตามหรือเลียนแบบได้

ในขณะเดียวกัน Deep Tech ก็มีความท้าทายในตัวเองอยู่ อีกเจ้าที่พูดถึงเรื่องนี้ไว้ได้เข้าใจง่ายก็คือ Techwork.org.uk ซึ่งบอกว่า Deep Tech คือการค้นพบและพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่จับต้องได้ ความลึกดังกล่าววัดได้จากความมีพลังและศักยภาพที่ลึกซึ้ง สามารถสร้างความแตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี นอกจากนี้จะยังหมายถึงความเป็นเจ้าของในนวัตกรรมนั้นๆ มากกว่าเทคโนโลยีทั่วไปที่เป็นการนำเทคโนโลยีมาตรฐานมาส่งต่อให้กับคนวงกว้าง หรือใช้ Business model ในการสร้างโอกาสใหม่ๆ

ghgfhdgh

  • แล้วเทคโนโลยีอะไรบ้างที่น่าจะเข้าข่ายที่เรียกว่า Deep Tech?

จากคำนิยามของ Propel(x) ที่ว่า Deep Tech สร้างจากนวัตกรรมจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อโลกรอบตัว ตัวอย่างที่ยกมาก็ได้แก่ อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง การวิเคราะห์ Data เพื่อช่วยเกษตรกรให้มีผลผลิตดีขึ้น หรือ Clean Energy เพื่อลดพลังงานและช่วยปัญหาโลกร้อน

ในฟากของเทคโนโลยีต่างๆ ที่เห็นกันตอนนี้ ก็มีตั้งแต่การประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ นวัตกรรมจาก Computing Architecture ระบบอิเล็กทรอนิกส์และพลังงาน Algorithm เทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรับรู้ภาพและภาษา ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI Machine learning ระบบสัมผัสต่างๆ (haptics) และอีกมากมายที่เราเคยแบ่งหมวดหมู่ไว้ให้ใน Blog ก่อนหน้านี้

ใน Community ของ Cornell University มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกาเคยทำสัมภาษณ์เกี่ยวกับ Deep Tech ฝั่งของอาจารย์เองก็อยากให้นักศึกษาเล็งเห็นว่า Deep Tech ไม่ได้เป็นเพียง Black Box หรือเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและลึกลับจนไม่มีใครเข้าถึงได้ แต่อยากให้พวกเขาเรียนรู้เพื่อเข้าใจความสามารถและข้อจำกัดของมัน ศึกษาเพื่อเจาะลึกเข้าไป และนำเครื่องมือต่างๆ ไปใช้ยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถ และย้อนกลับมาทำให้เขาเป็นนักพัฒนาที่เลี้ยงดูตัวเองได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ก็มีคนที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคำว่า Deep Tech ว่าอาจจะเป็นเพียงคำที่นำมาใช้ในเชิง Marketing กับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งในเชิงของนักพัฒนา นี่ก็คือยุคที่ดีที่สุดที่เราจะได้ศึกษา พิสูจน์ และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนทั่วโลก แต่หากคุณเป็นผู้ติดตามที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และเชื่อมั่นในเทคโนโลยีว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนได้ นี่คงถึงเวลาที่คุณต้องเริ่มตั้งคำถามว่า Deep Tech ในความหมายของคุณคืออะไร กำลังจะสร้างผลกระทบกับชีวิตของคุณในอนาคตอย่างไรบ้าง และอย่าลืมติดตามเรื่องราวใหม่ๆ กับ DV blog ของเราได้อีกเรื่อยๆ

Digital Ventures